“ในขณะที่เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืน ในยามที่โลกหลับใหล อินเดียจะตื่นขึ้นมามีชีวิตและเสรีภาพ เมื่อโอกาสสำคัญซึ่งยากเป็นไปได้ในประวัติศาสตร์นี้ได้มาถึง เมื่อนั้นพวกเราจะก้าวออกจากโลกเก่าเข้าสู่โลกใหม่ …อินเดียจะได้ค้นพบตัวตนของตนเองอีกครั้ง “  เยาวหราล เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย ได้กล่าวปราศรัยในวันประกาศอิสระภาพของอินเดีย ณ บริเวณเชิงเทินป้อมแดง Red Fort ในกรุงเดลี  ในวันที่ 15 สิงหาคม ปี 1947(พ.ศ.2490) วันนี้ของทุกปี จึงเป็นวันที่มีความสำคัญมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอินเดีย เมื่ออังกฤษประกาศคืนอิสรภาพให้แก่อินเดียในตอนเที่ยงคืนวันที่ 15 สิงหาคม  ค.ศ. 1947

                    และในวันนี้เอง นักเรียนตาดำๆอย่างพวกเรา ก็ตั่งหน้าตั่งตารอวันนี้ที่จะมาถึง… เย่ๆๆๆๆ วันหยุดมาแล้ว~ แต่!!! ปีนี้มันวันอาทิตย์เนี่ยะสิ>< จริงๆจะว่าไป ประเทศอินเดียนี่ ก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีวันหยุดเยอะเหลือเกิน ถ้าเอามารวมๆกันแล้วก็คงจะเกือบ 365 วันเลยทีเดียว ทั้งวันเกิดคนนู้น วันตายคนนี้ วันครบรอบนู้นนี้… และวันนี้ก็คงจะเป็นอีกวันนึง ที่เราจะไม่ออกจากบ้านไปไหน เพราะข้างนอกเค้าคงฉลองอะไรเต็มท้องถนนไปหมด… เราเลือกที่จะอยู่บ้าน สบายใจกว่า ประหยัดตังในกระเป๋าด้วย หุหุ ได้อยู่บ้านเฉยๆ นอนพักผ่อน ใช้วันหยุดให้คุ้มค่า มันคงจะไม่มีความสุขไปมากกว่านี้อีกแล้ว ^^

โชคดีที่เมืองไทยของเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร จงรักกันไว้มากๆๆ… ขอสันติ จงอยู่รอบตัวเรา

การกลับไทย มีกิจกรรมหลักๆที่กลับไปทุกครั้งต้องไปทำคือ… การเปลี่ยนทรงผม…^^

ตอนแรกก็ว่าจะไม่ แต่มันห้ามไม่ได้จริงๆ ฮ่าๆๆ

                    ครั้งที่ทำ ก็เหมือนสาวๆทั้วไป ทรีทเม้น ทำเองบ้าง ไปร้านบ้าง ทำสี ตัดผม ดัดผม… แต่คราวนี้ ไม่ได้ทำสี จริงๆแล้วอยากทำนะ แต่หาสีที่ถูกใจไม่ได้… แต่ว่าอย่างที่บอกไป ตอนแรกก็ว่าจะไม่ทำไรเรยทั้งนั้น บำรุงอย่างเดียว แต่ที่มันห้ามไม่ได้ เพราะมีคนยุ ส่วนคนที่ยุ ก็ไม่ใช้คนไกลจากไหน พี่สาวสุดที่รักของ @Thanisornn นี่เอง^^ เริ่มแรกเจ้าตัวนั้นแหละอยากดัดผม… บอกก่อนว่า ร้านนี้ เค้าจะไม่ตามใจลูกค้า แต่เค้าจะดูจากสภาพเส้นผมของลูกค้าแต่ละคนว่าครจะทำยังไง ไม่ใช้ว่า ผมลูกค้าเสีย แล้วก็ยังจะไปดัดให้ลูกค้าผลออกมาก็คงจะไม่ดี… แต่เจ้าตัวเนี่ยะ ผมสั้นเหมือนเพิ่งจบม.4 เค้าเรยแนะว่าให้เลี้ยงให้ยาวก่อน แล้งค่อยมาดัด… ส่วนพี่สาว ร้านแนะนำให้ตัดก่อน แล้วค่อยดัด ส่วนเรานี้สิ.. เลือกไม่ได้ ไหนๆก็เข้าร้านแล้วอยากทำมันหมดเรย หุหุ ยิ่งพี่ที่ร้านบอกว่าผมอย่างเราทำไรก็ได้ เลือกไม่ถูกเข้าไปใหญ่ ไหนๆก็เลือกไม่ได้แล้ว เลยตัดสินใจว่า… จะไม่ทำอะไรทั้งนั้นตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก… แต่สุดท้ายก็…^^แฮ่ะๆๆ

hair1
before&after

Read the rest of this entry »

และแล้วในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านเกิดเมืองนอนอันเป็นที่ยิ่งของเราซะที…(อันที่จริงถึงตั่งแต่วันอาทิตย์ที่แล้วละหล่ะ แต่ด้วยเหตุบางประการ บวกขี้เกียด) ถึงแม้ว่า การเดินทางครั้งนี้ จะลำบากลำบนเหลือเกิน…(อันนี้ก็พูดเกินไป) ไม่ได้ลำบากอะไรมากมายหรอก ตะกุกตะกักเท่านั้น เพราะเครื่องบินมีการ delay ไปหน่อย… (อันนี้ก็ไม่หน่อยอีกนั้นแหละ 2 ขม ครึ่ง) ฮ่าๆๆๆ การที่เราได้ไปนั่งรอเวลาที่สนามบินเป็นเวลานานๆ นี่ ทำให้เข้าใจอารมณ์คนที่ต้องค้างอยุ่ที่สนามบินเลยแหละ… เพราะว่ามันน่าเบื่อจริงๆ ไม่มีอะไรทำเรย ขณะที่นั่งรอเครื่องบินอยู่นั้น ก็มีเพื่อนๆถามเข้ามาเรื่อยๆว่า อุบัติเหตุเป็นไงบ้าง จะบอกว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริงๆแล้วคือที่ MANGALORE ส่วนที่เราอยู่ คือที่ BANGALURU ค่ะ เพราะฉะนั้น วันนั้น ปลอดภัยดี แต่ยังไง ก็ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ที่คอยถาม และเป็นห่วงนะค่ะ แต่สุดท้าย เราก็ได้กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย โดยมีพี่สาวตัวป่วนไปรับที่สนามบิน

IMG_0934
สวัสดีประเทศไทย จากเครื่อง A300-600 ศรีสุนทร

IMG_0936
สนามบิน และสายการบินแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย

#WeLoveThailand

                    และแล้วก็ถึงวันนี้แล้วซินะที่เราจะได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนอันเป็นที่รักของเรา (และคนไทยทุกคน) มีคนถามว่า จะกลับวันนี้เลยหรอ เลื่อนไปก่อนดีกว่ามั้ย บ้านเมืองยังไม่สงบเรย อันตรายมีมาก เราก็ได้แค่ไปว่า ไม่เป็นไร ยังไงเราก็ต้องกลับบ้าน… แต่ในใจเราตอบกลับไปว่า ประเทศไทยก็คือบ้านของเรา “บ้าน คือที่ที่อบอุ่นและปลอยภัยที่สุดสำหรับเราแล้ว”  ไม่มีที่ไหน น่าอยู่เท่าเมืองไทยและบ้านเราอีกแล้ว บางที การมาอยู่ไกลบ้านไกลเมือง มันก็ทำให้เรารักประเทศ รักบ้าน รักพ่อแม่มากขึ้น… อย่างมากเรยทีเดียว!!!

                    เมื่อคืนทั้งคืน นอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าทำไม ตื่นเต้นมั้ง!!! (แต่ตอนนี้ อยากนอนมากกกก) อารมณ์ไม่อยากไปสอบ อยากรู้สึกตัวอีกที ก้อยู่สุวรรณภูมิแล้ว คิดถึงพ่อแม่ พี่น้ำฝน คิดถึงห้องนอนที่มีแอร์ เตียงนอนสบายๆ ผ้าห่มอุ่นๆ อาหารฝีมือคุณพ่อ… ไม่มีอะไรสุขใจไปกว่านี้แล้วจริงๆ… เจอกันเมืองไทย^^

HOME SWEET HOME<3

                    กว่า 2เดือนแล้ว ที่เพลิงได้เผาไหม้จิตใจคนบางกลุ่มไปจนหมดสิ้น และกว่า 24 ชั่วโมงแล้วที่เพลิงได้เผาไหม้อาคารบ้านเรือนหลายแห่งหลายสาถนที่ไปจนเกิดความเสียหาย วอดวายอย่างมหาศาลและร้ายแรง สถานที่ราชกาล อาคารบ้านเรือน ห้าง ร้านค้า คือผลกระทบที่เกิดจากอะไรก็แล้วแต่ของคนเหล่านั้น ขอเรียกว่า “คนไม่มีหัวใจ” ผู้ที่ไม่เคยมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แผ่นดินที่มาเกิด แม้กระทั้งตัวเอง ครอบครัวและ คนรอบข้าง  ถ้าคนเหล่านั้นคิดอะไรซักนิด เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้คงไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้  

                    เสียใจมากๆกันสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกๆอาคารสถานที ล้วนแล้วแต่มีความเป็นมา สร้างมาแล้วใช้เวลาร่วมหลายสิบปี แต่ต้องมาสูญเสียไปภายในเวลาระยะสั้นๆ คำถามคือ ใครจะเป็นคนนำสถานที่เหล่านั้นกลับคืนมาแก่ประชาชน ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนนี้

                    ถ้า Central World มีชีวิต เค้าก็คงเปรียบเหมือนเพื่อนสนิท เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นคนที่ผมเจอหน้าทุกวัน เป็นคนที่ให้พี่บังแดด เป็นคนกางร่มยามฝนตก เป็นคนที่เราผูกพัน หลับให้สบายนะ Central World

ขอให้คนไทย ยังศรัทธาในความดี และช่วยกันนำหลงทางกลับมาสร้างบ้านเป็งเมืองกันใหม่@1500miles

กุมภาพันธ์ 2012
อา พฤ
« ก.ค.    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829  
ความเห็นล่าสุด